ดิฟเฟนบาเกีย
|
ชื่อวิทยาศาสตร์
|
:
|
Dieffenbachia |
|
ถิ่นกำเนิด
|
:
|
หมู่เกาะแถบทะเลแคริบเบียน |
|
วงษ์
|
:
|
Dieffenbachia |
|
ลักษณะ
|
:
|
เป็นไม้หัวขนาดกลาว สูงไม่เกิน 100 ซม. อายุยืน ยางไม้ มีพิษ ห้ามรับประทานเด็ดขาด |
|
ใบ
|
:
|
ใบขนาดใหญ่ หนา มีลายสีเขียวอ่อนจนถึงเกือบ บริเวณก้านใบถึงกลายใบ |
|
ดอก
|
:
|
สาวน้อยประแป้ง ดูคล้ายๆ ดอกหน้าวัว หากติดฝัก จะติดเป็นผลย่อยกลมหรือรูปไข่ แต่ละผลมีเมล็ดเดียว ผลสดเนื้อนุ่ม เมื่อผลสุกมีสีส้มหรือสีแดง |
|
การดูแลรักษา
|
||
|
ดิน
|
:
|
ปลูกเลี้ยงง่าย ชอบความชื้น ชอบดินปลูกโปร่งๆที่เก็บความชื้นได้ดีและระบายน้ำได้ดี ไม่มีน้ำขังแฉะเกินไปก็รากอาจเน่าได้ โดยวางกระถางให้ได้รับแสงแดดครึ่งวัน หรือแสงแดดรำไร |
|
การขยายพันธุ์
|
:
|
ขยายพันธุ์ต้นสาวน้อยประแป้ง สามารถทำได้ด้วยวิธีการแยกหน่อ (หน่อที่มีใบ 2-3 ใบ และเริ่มออกรากแล้ว) หรือใช้วิธีปักชำ โดยการตัดลำต้นเป็นท่อนๆ ทาแผลด้วยปูนแดง นำไปปักชำในวัสดุที่ชื้น |
|
ประโยชน์
|
:
|
นิยมปลูกเป็นไม้กระถางกันทั่วไป ใช้ประดับภายในอาคาร |
หรือ สาวน้อยประแป้ง เป็นไม้ที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศเขตร้อนทั่วไป ในอเมริกาใต้และหมู่เกาะเวสต์อินดีส ลักษณะของต้นเป็นไม้กออวบน้ำ ลำต้นกลม ใบใหญ่ มีจุดประหรือมีสีสันสลับเป็นลายขาวครีม บนพื้นใบสีเขียว เนื่องจากมีจุดขาว ๆ ประเต็มใบที่มีพื้นสีเขียว ไทยจึง เรียกว่า “สาวน้อยประแป้ง” เป็นไม้ใบที่นิยมปลูกกันเป็นไม้กระถาง ใช้ประดับภายในอาคารและนอกอาคาร







